Breaking News
Home / My love / My stories / My diary / บันทึกความทรงจำ เกี่ยวกับใครคนนั้น ที่เคยรักเมื่อ 20 ปีก่อน จนกระทั่ง..

บันทึกความทรงจำ เกี่ยวกับใครคนนั้น ที่เคยรักเมื่อ 20 ปีก่อน จนกระทั่ง..

 

ในช่วงสุดท้ายของปี 2021
ปิ่นได้มีโอกาสคลุกคลีกับคนๆ หนึ่ง

.
เขาเคยเป็นหนึ่งในความรัก ความสนใจ ทุ่มเทกายใจ ในช่วงชีวิตวัยรุ่น ม. ปลาย จนถึงช่วงมหาวิทยาลัยของเรา
.
มีหลายความท้าทายเกิดขึ้น ทั้งชีวิตเราและเขา
ทำให้เราหายจากชีวิตเขา นับตั้งแต่ช่วงจะจบป. ตรี แทบไม่ได้ติดตามข่าวคราวอะไรกันเลย
.
จนกระทั่ง ล่าสุด ปลายปี 2021 นี้ ได้มีโอกาสดูคลิปบางอย่าง ที่มีคีย์เวิร์ดสำคัญคำหนึ่ง “Dangerous”
ทำให้เราฉุกคิดถึงเขาขึ้นมา
แล้วก็เลยหาข้อมูลเขาในเน็ต
หลังจากนั้น ความรู้สึก ความทรงจำ ความคลางแคลงใจทั้งหลายทั้งปวงเกี่ยวกับเขาคนนั้น ก็กลับฟุ้งขึ้นในชีวิตเราอีกครั้ง

…..
และ….นำมาซึ่งความ อึ้ง ทึ่ง ซึ้ง จนถึง รวดร้าวใจสลาย และฮึกเหิม คละเคล้ากัน

……

.

เราเองเคยคิดว่ารู้จักเขาดีแล้ว (ในยุคนั้น กว่า20 ปีที่แล้ว)
แต่เทียบไม่ได้เลย กับการได้รู้จัก ในยุคนี้ (ปลายปี 2021)

เขาคือคนที่เคยพูดประโยคเหล่านี้

เธอไม่สามารถเป็นตัวเองที่ดีที่สุดได้ หากเธอสงสัยในตนเอง
ถ้าเธอไม่เชื่อในตนเอง แล้วใครจะเชื่อ

.

ฉันชอบสร้างเวทมนตร์
ใส่อะไรบางอย่างเข้าด้วยกันที่มันไม่ธรรมดา
ทำให้ผู้คนคาดไม่ถึงจนงงเป็นไก่ตาแตก
บางสิ่งที่มาล่วงหน้า 5 ขั้น
เหนือกว่าสิ่งที่ผู้คนคาดคิดเอาไว้

 

เขาคือใคร?
(ทายก่อนดูคำตอบได้ไหม)

 

 

 

 

 

ทายยังคะ

 

 

 

 

 

ทายก่อน

 

 

 

 

 

ค่อยดูเฉลยนะ

 

 

 

 

 

 

 

ทายยัง

 

 

 

 

 

 

 

เขาคือ
คนที่อยู่ในวิดีโอ VHS ที่ปิ่นบังเอิญได้เปิดดู ก่อนจะส่งต่อให้เพื่อนอีกคน เพราะมีเพื่อนฝากมาให้

มันเป็นวิดีโอคอนเสิร์ต
ที่ทำให้เรา
ทึ่ง ตะลึง ประทับใจ
ดูแล้วเหมือนถูกสะกดจิต
ดูไปดูมาวนไปมา มากกว่า 20 รอบ โดยไม่เบื่อเลย ซึ่งผิดธรรมดามาก

ทั้งที่ เราเป็นคนไม่ชอบเพลงแดนซ์ ไม่ชอบเพลงโหวกเหวกโวยวาย
ชอบฟังเพลงช้าๆ คลาสสิค เพลงบรรเลง

แต่ด้วยพลังบางอย่าง ณ จุดนั้น

 

 

 

 

 

 

 

เราคนนี้ ก็ได้ปวารณาตัวเป็นแฟนคลับ
คนๆ นี้ไปแล้วเรียบร้อย….
และ ณ เวลานี้ สุดแสนจะภาคภูมืใจ ยิ่งกว่าช่วงเวลาใดใดที่ผ่านมา ที่ได้เป็นแฟนคลับของเขา

เขาคือคนระดับตำนานของโลก
เขาคือหนึ่งในคนที่ได้รับการบันทึกในกินเนสท์บุ๊คมากมายสุดๆ
เขาคือ King of Pop
เขาคือ

ไมเคิล แจ็คสัน

ผู้ที่ทำให้คนที่ชอบเพลงบรรเลงช้าๆ หันมาฟังเพลงแดนซ์ได้
เกิดมา ไม่เคยเห็นใครเต้นแล้วเป็นหนึ่งเดียวกับเพลง และสะท้อนเสียงดนตรีผ่านการเต้นออกมาได้ “ใช่” เท่าเขาเลย

และหลายคนอาจไม่เคยรู้
เหมือนที่เราก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่า
เขาไม่ได้เป็นแค่นักร้องนักเต้นที่ดังที่สุด และทำได้โดดเด่นที่สุดในโลกอย่างไม่มีใครเสมอเหมือนเท่านั้น
เขายังเป็นนักสร้างแรงบันดาลใจที่สุดยอดมากๆ เป็นนักพูด ที่ตลก ลุ่มลึก เป็นนักบุญ เป็นนักนวัตกรรม
เป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิช่วยเหลือเด็กๆ เป็นอีกคนที่ทำให้โลกนี้ดีขึ้น และสร้างพลังให้ผู้คนทำให้โลกนี้ดีขึ้น

นี่หรือ คือ ไมเคิล แจ็คสัน
ช่างห่างไกลฟ้าเหวกับสิ่งที่สื่อประโคมตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทั้งหมด

 

มันมีหลายสิ่งที่โลกต้องเรียนรู้ และเราได้เรียนรู้ จากการได้รู้จักเขาย้อนหลังกลับไป
กับทุกประเด็นคาใจ ในตอนนั้น
ที่เมื่อค้นข้อมูลแล้ว ได้เจอความจริงแล้ว
น้ำตาไหลไปกับสิ่งที่ได้รู้เยอะมาก
ไหลเพราะซึ้ง
ไหลเพราะสะเทือนใจ
ไหลเพราะประทับใจ

และต้องยอมรับว่า รู้สึกใจสลายไปด้วย
ขณะเดียวกัน ก็จุดไฟแรงบันดาลใจอย่างรุนแรงไปด้วยพร้อมกัน
……

 

Lesson learned สำคัญจากการได้เรียนรู้ชีวิต Michael Jackson

นักร้อง นักแต่งเพลง นักเต้น Entertainer ระดับตำนาน
บันทึกไว้ ณ ช่วงนี้ หลังจากที่เขาเสียชีวิตไปแล้ว 12 ปีของข้าพเจ้า

1) นักนวัตกรรม เขาคิดแบบนี้

ก่อนหน้านี้ รู้จักว่าไมเคิล แจ็คสันเป็นนักร้องดัง และมีเพลงดังเพราะๆ ทั้งนั้น เต้นมูนวอร์คมหัศจรรย์
แต่จริงๆ เขาเป็นนักนวัตกรรมตัวยง และทำหลายสิ่งอย่างเป็นครั้งแรกของโลก
เพิ่งรู้ว่า เขาเป็นคนผิวดำคนแรกที่ได้แสดงใน MTV, เขาเป็นคนบุกเบิกการทำมิวสิควิดีโออย่างยาวอย่าง Thriller , เขาเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์รองเท้าต้านแรงโน้มถ่วงที่ทำให้เอนตัว45องศาได้โดยไม่ล้มในการแสดงเพลง Smooth Criminal , ฯลฯ

และเขาจะใช้เครื่องดนตรีที่ใหม่ที่สุด เทคโนโลยีที่ใหม่ที่สุดที่มีในยุคนั้นๆ ทำเพลง และมีการประดิษฐ์เสียงเครื่องดนตรีที่ยังไม่เคยมีใครได้ยินมาก่อนมาใช้ ฯลฯ

เขาต้องการเป็นนักสร้างนวัตกรรม เขาลองถุงเท้าหลายแบบ หลายคู่ ทำจากวัสดุต่างๆ กัน เพื่อจะดูว่าอันไหนจะเอามาใช้ในเพลง ช่วงอัลบั้ม Thriller

เขาบอกว่า เขาไม่ต้องการเหมือนใคร เขาต้องการเป็นผู้บุกเบิกสิ่งใหม่

ในการออกแต่ละอัลบั้ม ที่มีเพลงประมาณ 10-20 กว่าเพลงนั้น ไมเคิลจะแต่งเพลงกว่า 100 เพลง แล้วค่อยมาเลือก (Prototype test)

ไมเคิลให้โจทย์ทีมสร้างเพลงว่า บางคนสร้างกีตาร์ บางคนสร้างเปียโนใช่ไหม ทำไมเราไม่สร้างเสียงเครื่องดนตรีชนิดใหม่ขึ้นมาล่ะ O_O!

 

และไมเคิลจะ Push ทีมงานตลอด เราต้องผลักดันตัวเองนะ เรายังหนุ่มยังสาวอยู่ เขาพร่ำบอกทีมตลอดเวลา ว่ามันดีกว่านี้ได้อีก ทีมอาจบอกว่า มันได้แค่นี้แหล่ะ แต่ไมเคิลก็จะบอกว่า เราทำได้อีก เราทำอันนั้นได้แล้ว เราย่อมทำอันนี้ดีขึ้นไปได้อีก!

 

ถึงว่า…เขาใช้เสียงตัวเอง ผลิตเสียงเครื่องดนตรีเองขึ้นมาเลย

MJ ร้องแบบ beatbox

ไมเคิลรู้ดีว่า คนที่ยิ่งใหญ่ มักจะถูกคนล้อเลียน ถากถาง ท้าทายถูกหัวเราะเยาะ เป็นธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องตระกูลไรท์ เอดิสัน ดิสนีย์ เฮนรี่ ฟอร์ด ฯลฯ

ไมเคิล เขาคิดแบบนี้

ไอเดียฉันคือ การก้าวไปข้างหน้าและสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่
ถ้าไม่อย่างนั้นแล้วทำไมฉันต้องทำมันด้วยล่ะ
ฉันไม่ต้องการเป็นกระป๋องอีกอันในโรงงาน
ฉันต้องการสร้างบางอย่างที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงและไม่ธรรมดา

“The idea is to take it a step forward and to innovate or else why am I doing it? I’m just – I don’t wanna be just another can in the assembly line. You know, I want to create, do something that’s totally different and unusual.”

 

มองดูสิ่งต่างๆ แล้วพยายามจินตนาการว่าอะไรเป็นไปได้บ้าง
แล้วก็หวังจะก้าวข้ามข้อจำกัดเหล่านั้น

“I look at things and try to imagine what is possible and then hope to surpass those boundaries.”

 

I’m interested in making a path instead of following a trail.
เราสนใจสร้างทางของตัวเองมากกว่าจะตามทางของใคร

 

ฉันชอบสร้างเวทมนตร์
ใส่อะไรบางอย่างเข้าด้วยกันที่มันไม่ธรรมดา
ทำให้ผู้คนคาดไม่ถึงจนงงเป็นไก่ตาแตก
บางสิ่งที่มาล่วงหน้า 5 ขั้น
เหนือกว่าสิ่งที่ผู้คนคาดคิดเอาไว้

“I love to create magic –
to put something together that’s so unusual, so unexpected that it blows people’s heads off.
Something ahead of the times.
Five steps ahead of what people are thinking.”

— Michael Jackson

2) ความสำเร็จในระดับตำนาน มาจาก Faith (ความเชื่อ ศรัทธา), Determination (ความมุ่งมั่น) , Practice (การฝึกฝน), Preserverance (ความอึด)

ไมเคิลให้สัมภาษณ์ไว้ว่า การเดินทางมาสู่จุดนี้ได้ มาจากความศรัทธา ความมุ่งมั่น ความอึดและการฝึกฝน
สิ่งที่เขาอยากจะทำให้ดีขึ้นคือ ฝึกฝนให้มากขึ้น

การจะเป็นที่สุดได้ ไม่ใช่มาด้วยความบังเอิญ หรือแม้แต่การใช้สมองคิดนึกแต่เพียงอย่างเดียว
มันลึกล้ำ ลึกซึ้ง และใช้จิตวิญญาณมากทีเดียว (Spiritual)

  • ฟังเขาเล่าถึงการแต่งเพลง  แชร์ได้ลึกซึ้งมาก และคนที่สนใจเรื่องจิตใจ จิตวิญญาณ จะเข้าใจเข้าได้ดี
    การแต่งเพลง Bille Jean เขาบอกเลยว่า ไม่ได้ใช้ความคิด และต้องไม่ใช้ความคิดด้วย เพราะความคิดจะเป็นตัวกั้นสิ่งที่ดีที่สุด เขาเหมือนโยนไปในจักรวาลว่า ต้องการจะแต่งเพลที่เบสดีๆ (ไม่ใช่บอกว่าอยากได้เพลงดังนะ) โยนไป สองสามวันหลังจากนั้น ทำนองและเนื้อเพลง Bille Jean ก็ผุดขึ้นมาในตัวเขาเอง

(อันนี้คือคลิปที่ MJ เล่าว่าเขาแต่งเพลงได้ยังไง)

  • การเขียนเป้าหมาย ยอดขายอัลบั้มไว้บนกระจก เตือนตัวเองทุกครั้งที่แปรงฟัน
    รู้จักตัวเองชัด ว่าตัวเองเป็นใคร

และเขารู้! เขารู้วิธีเสกความสำเร็จ! เหมือนที่คุณครูสอนเปรี๊ยะ
เขารู้ว่า อยากได้มากไปก็ไม่ดี แต่เขาทำเหมือนว่าเขาได้มันมาทั้งหมดแล้ว ก็คือ เขาเอาถ้วยรางวัลมาตั้งไว้ที่บ้านล่วงหน้า ให้เขาสัมผัสความรู้สึกว่าได้ทุกอย่างมาแล้วทั้งหมด

หรือการได้ยินผู้คนที่สบประมาท และคิดว่าเขาทำไม่ได้ ทั้งตอนอัลบั้ม Thriller, หรือตอนออกอัลบั้มหลัง Thriller อย่าง Bad หรือ Dangerous

ไมเคิลจะมีคำพูดว่า

ฉันเชื่อในการอธิษฐานและในความสามารถของคนที่จะทำให้คำอธิษฐานเป็นจริง
ฉันเชื่อจริงๆ และคำอธิษฐานเป็นมากกว่าคำอธิษฐาน
มันคือเป้าหมายที่ทั้งจิตสำนึกและจิตใต้สำนึกสามารถช่วยทำให้มันเป็นจริงได้

I believe in wishes and in a person’s ability to make a wish come true, I really do. And a wish is more than a wish. It’s a goal that your conscience and subconscious can help make a reality.

 

ฉันไม่สนใจต่อให้โลกทั้งใบต่อต้าน หรือล้อเลียน
หรือบอกว่าฉันทำไม่ได้หรอก
จงเชื่อในตนเอง ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
“I don’t care if the whole world is against you or teasing you or saying you’re not gonna
“Please go for your dreams. Whatever your ideals, you can become whatever you want to become.”
จงไปตามฝันเถิด ไม่ว่าอุดมคติของคุณคืออะไร คุณสามารถเป็นได้ในทุกสิ่งที่คุณอยากจะเป็น
-Michael Jackson

3) อย่าตัดสินคน เพราะได้ยินจากสื่อ หรือเคยได้ยินได้ฟังมา หรือเอาประสบการณ์ส่วนตัวของตัวเองเป็นตัวชี้วัด

สื่อเชื่อไม่ได้ มันไม่ต่างอะไรกับเกมโทรศัพท์ที่ยิ่งพูดต่อๆ กันไปมา ยิ่งเพี้ยนหนัก

สารภาพเลยว่า สมัย 20 ปีก่อน >_< ที่เป็น FC michael หลายเรื่องที่เป็นข่าวเกี่ยวกับไมเคิล เราก็ 50:50 ในสิ่งต่างๆ
มันก็ยังคลางแคลงสงสัย ไม่อาจฟันธงแทนได้ ไม่รู้ข้อเท็จจริงชัด ไม่รู้ผิวเป็นโรคจริงๆ หรืออยากทำให้ขาวจริงรึเปล่า ไม่รู้ว่าแต่งงานจัดฉากรึเปล่า เรื่องฟ้องร้องเด็ก ไม่รู้ ข้อมูลไม่พอ แต่ขอไม่สนใจ ขอเน้นชื่นชมผลงานเป็นหลัก

แต่สิ่งหนึ่งเลยที่คิดว่าเขาน่าจะเป็นแน่ๆ คือ คิดว่าไมเคิล เป็นเกย์
อะไรจะอ่อนหวาน นุ่มนวล เสียงเล็ก ขี้เขิน ดูคล้ายผู้หญิงมาก เวลาเขาพูดปกติ (ไม่นับเวลาอยู่บนเวทีนะ ราวกับคนละคน)
ก็ไม่แปลกอะไรที่เกย์จะประสบความสำเร็จสูง ก็เห็นเยอะแยะ เกย์จะเต้นเก่ง
ก็ถ้าไมเคิลเป็นเกย์ก็ไม่แล้วไง ไม่ได้มีผลอะไร ยังไงก็ชื่นชอบอยู่ดี

แต่ประเด็นคือ เมื่อได้ตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ในเวลานี้ แล้วพบว่า
เราเข้าใจไมเคิล ผิดมาตลอด
เขาไม่ได้เป็นเกย์จริงๆ
(ถ้าใครสนใจ ก็ไปลองค้นดูได้ ทั้งที่เขาให้สัมภาษณ์ ทั้งอดีตแฟนเขามาบอก บอดี้การ์ดบอก ทั้งที่เขาเขียนกับตัวเอง สาวๆ ในอดีต ฯลฯ)

ไมเคิลเองก็เคยบอกว่า ข่าวที่ออกมา 99.99% คือไม่จริง โกหก ปั้นน้ำเป็นตัวทั้งหมด
เนื่องจากไมเคิลเก็บตัวด้วย นักข่าวอยากขายข่าว ก็เลยแต่งเรื่องขึ้นมาเองซะเลย

ไม่น่าเชื่อว่าสื่อบิดเบือนข้อมูล ประโคมความเท็จ เล่นข่าวเยอะมาก
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า นอกจากเขาจะไม่ใช่เกย์แล้ว
เขาไม่ได้เปลี่ยนสีผิวเพราะอยากขาว
เขาไม่ได้แต่งงานจัดฉากบังหน้าไปอย่างนั้นเอง
เขาไม่ได้ทำผิดเรื่องล่วงละเมิดเด็กอย่างที่ฟ้องร้อง (เรื่องนี้ ทำให้นึกถึงสิ่งที่พระพุทธเจ้าก็เคยเจอ หลายครั้งด้วย)
เขาไม่ได้เพี้ยน บ้าบอ น่ากลัว
เขาไม่ได้มาทัวร์คอนเสิร์ตทั่วโลก เพื่อจะมาขายบัตรและให้ความสุขกับผู้ชมเท่านั้น

 

รับสื่อแล้วต้องมีสติ ถ้าค้นข้อมูลมากพอ จะสัมผัสได้ว่า เรื่องจริงคืออะไร

 

เขาพูดให้สัมภาษณ์ยังไง คือ เขาหมายความอย่างนั้นจริงๆ

เขาเป็นโรคด่างขาวจริงๆ มีหลักฐานเยอะมาก และคนสงสัยมาก ตอนชันสูตรศพ ก็พบว่าเขาเป็นจริงอย่างที่เขาพูด เขาไม่ได้เปลี่ยนสีผิวเพราะอยากขาว เขาป่วยจริงๆ

กลายเป็นว่า ไมเคิล เป็นคนที่พูดความจริงมาตลอด
แต่หลายคน ไม่เชื่อไมเคิล (อาจเพราะเห็นเซเลปคนอื่นพูดไม่จริง ก็พลอยตัดสินไมเคิลว่าเหมือนกันไปด้วย)
เขาแต่งกับลิซ๋า เพราะเคยรักกันจริงๆ
เขาไม่ได้ล่วงละเมิดเด็กจริงๆ
ตรวจทุกสิ่ง FBI บุกค้นโดยไม่ให้ตั้งตัว ค้นคอมฯ ค้นหลักฐาน สารพัด อย่างดุเดือดกระซวกที่สุด เอาผิดไม่ได้ เพราะไมเคิล ไม่ได้ทำจริงๆ (ศึกษาข้อเท็จจริงได้)
และได้ดูสัมภาษณ์ ดูสีหน้า ท่าทาง แววตา ลีลาการพูด และจะยังรักที่จะอยู่กับเด็กๆ ต่อไป ไม่สะเทือนด้วยว่า ใครจะหาว่ายังไง ใครอ่านภาษากายได้ รู้เลยว่า ไมเคิลไม่ได้ทำจริงๆ และถ้าฟังคำสัมภาษณ์ของคนใกล้ชิดไมเคิลทุกคนก็จะรู้ว่า เรื่องที่ถูกฟ้องร้อง ห่างไกลจากตัวตนที่แท้จริงของไมเคิลมาก
แต่สิ่งที่เขาถูกกระทำระหว่างนั้น คือ มันน่าเห็นใจมากกกกกกกกกกกก
เขาถูกกระทำราวกับว่าเขาเป็นคนผิดไปแล้ว
ทั้งกับเจ้าหน้าที่ ทั้งสื่อ และกับสาธารณชน

และที่หัวใจสลายที่สุดก็คือ
เขาไม่ใช่แค่ไม่ใช่คนไม่ดีเท่านั้น
เขาไม่ใช่แค่เป็นนักร้องดังเท่านั้น
แต่เขาเป็นคนที่ดีมากๆๆๆๆ
เป็นนักบุญ ทั้งคำพูด การกระทำ บทเพลง

To me, and if I can bring one second of joy into a child or a grown-up’s life, then I have achieved my lifetime ambition. Michael Jackson

I think it’s important to help out as much as you can. Just to help one person means a lot. It’s a big step forward.” Michael Jackson

คุณงามความดีที่เขาทำไว้ให้กับเด็กๆ และโลกใบนี้นั้น มันมากมายมหาศาลมากๆ

คนเราถ้าไม่ใคร่ครวญคิดถึงสิ่งนั้น จะให้แต่งเป็นเพลง มันทำไม่ได้หรอก
ใครกันที่แต่งเพลง We are the world, Heal the world, HIStory และอีกหลายเพลงที่ให้ข้อคิดที่ดีไว้ตลอด

เป็นคนที่ทำเพื่อประโยชน์ให้กับโลกนี้เยอะมาก ทั้งที่ออกนามและไม่ออกนาม
เฉพาะที่ออกนาม ก็ได้ลงกินเนสท์บุ๊คว่าเป็นเซเลปที่บริจาคโครงการกุศลสูงที่สุดของโลก

ดูเรื่องที่หลายสื่อไม่ได้เอาไปออก แต่ฟังจากปากคนที่เห็นกับตา มาหลายรอบ กันดีกว่า

ประกายตาจาก Passion ของคน มันหลอกกันไม่ได้อยู่แล้ว ใครมี ใครๆ ก็มองเห็นได้

ดูเรื่องราวนอกสื่อบางส่วนได้จาก

เขาคือคนที่วิ่งเต้นหาอวัยวะเพื่อช่วยเด็กจากโรคร้าย
เขาคือคนที่หยุดคอนเสิร์ตเพียงเพราะมีแมลงตกที่พื้นเวที และกำชับกับบอดี้การ์ดที่จะเอาแมลงไปที่อื่นว่าอย่าฆ่ามัน
เขาคือคนที่ช่วยเหลือและให้กำลังใจเด็กๆ หลายคนที่เป็นมะเร็ง เป็นโรคเอดส์ ฯลฯ

และทุกการกระทำ ทั้งหน้าจอ และหลังจอ เขาก็ทำแบบนั้นจริงๆ
ลองดูได้

เป็นซุปตาร์คุณภาพคับแก้วที่ Empathize แฟนคลับมากจริงๆ

คอนเสิร์ตที่ทัวร์ทั่วโลก ไม่ใช่อะไร
แต่เขามีเป้าหมายในการระดมเงินทุน ให้กับมูลนิธิ Heal the world ที่เขาก่อตั้งขึ้น เพื่อช่วยเหลือเด็กๆ จากโรคเอดส์ ฯลฯ โดยมีเป้าหมาย 100 ล้านเหรียญในปี 1993 และเขาจะได้มีโอกาสเยี่ยมเด็กๆ ทั่วโลกและกระจายข้อความที่ต้องการจะสื่อถึงความรักให้โลกนี้ได้มีความสงบสุขและช่วยโลกไปด้วยกัน

เขาคือคนที่แต่งเพลง We are the world และเป็นกำลังสำคัญของโปรเจคสร้างสันติภาพให้กับโลก
เขาคือคนที่เป็นคนแรกที่ลุกมาชวนศิลปินชั้นนำทำโครงการเพลงระดมทุนช่วยเหลือหลังเหตุการณ์ 9-11
เขาคือคนที่ไปเยี่ยมเด็กๆ ในโรงพยาบาล แล้วนำมิคกี้ มินนี่ไปสร้างสรรค์ให้วันแต่ละวันของเด็กๆ ในนั้นได้สดใส และมีรอยยิ้มอีกครั้ง

ดีขนาดนี้ ก็ยังมีคนมาเนรคุณใส่ความเขาจนชื่อเสียงเสียหาย ถูกปฏิบัติอย่างไม่เหมาะสม (เจ็บปวดรวดร้าวมากจริงๆ ที่ได้รู้เรื่องนี้)
คิดว่า ไมเคิล ต้องมีคู่กรณี แบบพระเทวทัต แบบเดียวกับที่พระพุทธเจ้าเจอแน่ๆ
มีใครบางคนที่อิจฉาไมเคิลเข้าไส้ พยายามใส่ร้าย ใส่ความไมเคิลสารพัด
เขาเจอเหมือนที่พระพุทธเจ้าก็เคยเจอผู้หญิงใส่ความเลย

ขณะที่เขาก็คือนักสู้ ที่ไม่ยอมแพ้ ไม่ว่าจะถูกทึ๊ง ถูกดึงลงโคลน ถูกทำร้าย สักแค่ไหน กลับมาทุกครั้ง
เขาเป็นเป็นนักร้องผิวดำคนแรกที่ได้ออก MTV และกรุยทางให้นักร้องผิวดำอีกมากมายตามมา
เขาคือแรงบันดาลใจคนสำคัญของ ซีลีน ดีออร์, มาราย์ แครี่, Usher, Justin Timberlake, บียอนเซ๋, Justin Bieber, BTS (วงเกาหลี), พี่เบิร์ด, บี้ ฯลฯ

 

 

เขาเป็นคนเดียวกับที่ ทำลายสถิติโลกมากมายเหลือคณานับ
ศิลปินที่ได้รับรางวัลมากที่สุดตลอดกาล ✅
อัลบั้มที่ขายดีที่สุดตลอดกาล ✅
ศิลปินเดี่ยวที่ขายแผ่นเสียงมากที่สุดในประวัติศาสตร์เพลง ✅
นักร้องที่รวยที่สุดเท่าที่เคยมีมา ✅
ทัวร์ที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ ✅
ศิลปินที่มีผู้ชมพร้อมกันสูงสุดในมิวสิควิดีโอ (500 ล้านคนดูขาวดําหรือขาวดํา)
ศิลปินคนแรกผิวดําที่มีมิวสิกวิดีโอแสดงบน MTV ✅
ศิลปินที่บริจาคเงินให้การกุศลมากที่สุด ✅
ศิลปินที่มีบันทึกกินเนสส์บุ๊คส่วนใหญ่✅
ผู้ชมที่ใหญ่ที่สุดของการสัมภาษณ์ (คนดูสด 90 ล้านคน) ✅
มิวสิกวิดีโอที่แพงที่สุดเท่าที่เคยมีมา ✅
ศิลปินเท่านั้นที่ได้รางวัลสหัสวรรษ 3 สมัย ✅
ปกอัลบั้มที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ ✅

อันนี้เพียงบางส่วน ถ้าจะดูว่ารางวัลทั้งหมดที่ไมเคิลเคยได้มามีประมาณไหน ไปดูที่นี่
เยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
https://en.wikipedia.org/wiki/List_of_awards_and_nominations_received_by_Michael_Jackson

 

4) ชีวิตไม่แน่นอน อย่างไรก็ดี พลังงานความทุ่มเทใส่จิตวิญญาณลงในงาน มันไม่เคยหายไปไหน

เขาเสียชีวิตไป ในเวลาที่ไม่มีใครคาดคิด เพราะกำลังจะเตรียมคอนเสิร์ต This is it ในอีก 3 สัปดาห์ต่อมา….
แต่ว่า
ไมเคิล พูดไว้อย่างลุ่มลึกหลายครั้ง

เขาเองรู้ดีว่า ชีวิตคนไม่ได้ยืนยาว แต่สิ่งที่จะยืนยาวกว่านั้น มีอยู่

“This world we live in is the dance of the creator. Dancers come and go in the twinkling of an eye, but the dance lives on.”
ในโลกที่เราอยู่นี้ คือ การเต้นของนักสร้างสรรค์
นักเต้นมาแล้วก็ไปในชั่วพริบตา แต่การเต้นนั้นยังมีชีวิตอยู่

“I know that the creator will go, but his work survives. That is why to escape death, I attempt to bind my soul to my work.”
— Michael Jackson

 

5) โลกธรรม 8 มันมีโอกาสมาคู่กันเสมอ มีลาภ เสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ มีสรรเสริญ มีนินทา มีสุข มีทุกข์ (มีเกิด มีดับ) มีขึ้น มีลง

 

ไมเคิล ใช้ชีวิตอย่างยอดเยี่ยมมาตลอด
ฝ่าฟัน มุ่งมั่น และทำคุณงามความดีไว้เยอะมาก
แต่ว่า ก็ไม่พ้นเจอกับโลกธรรม 8 อยู่ดี

พูดตรงๆ ว่า เห็นถึงความสำคัญของการฝึกจิตใจ และแนวทางธรรมะ เพราะจะทำให้เรา รู้เท่าทัน และปล่อยวางได้ (ไม่รู้ไมเคิลจะรู้วิธีการนี้ไหม แต่ก็ขอให้เป็นอย่างนั้น หวังว่าเขาจะผ่านมันไปได้อย่างดี การรักษาใจสำคัญจริงๆ คนที่รักเรา เขาไม่ต้องการให้เราถูกพลังมืดดูดพลังไป) โฟกัสในสิ่งที่ให้พลัง จึงจะมีแรงไปต่อ

6) เชื่อใจคนได้ แต่ไม่ใช่ทุกคน อย่าคบคนพาล และต้องอ่านสัญญาให้ดี

ในอัลบั้มสุดท้าย มีที่ไมเคิล ต้องเรียกร้องโซนี่ ว่าอย่าเอาเปรียบศิลปิน
และเขาให้สัมภาษณ์กับเพื่อนว่า บทเรียนชีวิตคือ เชื่อใจคนได้ไม่ใช่ทุกคน

และดูๆ เหมือนมรดกที่ไมเคิลซื้อลิขสิทธิ์เพลง The beatles อะไรพวกนี้ และให้หัวหน้าคณะรับผิดชอบมรดกอะไรทำนองนี้ แต่ได้กลิ่นตุๆ เหมือนจะต้องมีอะไรนอกใน เพราะสุดท้าย ก็ขายลิขสิทธิ์ออกไป แทนที่จะส่งต่อให้ลูกหลาน

ดูมีความซับซ้อนซ่อนเงื่อนกับทรัพย์สินนานาประการของเขาไม่น้อย

7) การทำดี ต้องใช้ความเพียร

มีเหตุผลที่ดีที่ต้อง Strong และ’ตั้งใจ และเพียรพยายามให้สุดกำลัง ในการทำความดี เพราะการทำดีนั้นทำยากและเห็นผลช้า แต่ก็จำเป็นต้องทำ” ตอกย้ำพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 การทำดี ไม่ว่าจะมากแค่ไหน ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะซาบซึ้งใจเสมอไป ไม่ต้องไปคาดหวังใดใดทั้งนั้น ไมเคิลเจอเรื่องเลวร้ายในระยะหลังเยอะมาก และหลายเรื่องคือ ร้าวรานใจแทน ยิ่งกว่าอกหัก และไม่อยากจะนึกว่า คนที่เป็นศิลปิน ที่มีจิตใจ Sensitive อย่างไมเคิล จะเจ็บปวดขนาดไหน สื่อก็ดี ผู้คนที่ไม่เข้าใจก็ดี คือ ลงข่าว หน้ามือเป็นหลังเท้า

ทำดีด้วยจิตใจบริสุทธิ์ เอามินนี่ มิคกี้ไปสร้างรอยยิ้มให้เด็กที่ป่วยในรพ. ก็ดันไปเขียนข่าวกระแนะกระแหน ตีความเสียหาย ล้อเลียน เละเทะ

คนเราไม่ได้มองโลก ตามเป็นจริง จริงๆ นั่นล่ะ เรามองโลกอย่างที่เราเป็น
ไมเคิล ทำเรื่องดีๆ เยอะแยะก่ายกองมหาศาล เยี่ยมเด็ก ที่รพ.
หรือ Speech อันนี้ คือ สุดยอดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือนักร้องเป็นคนพูด
นี่มันนักปราชญ์ หรือเปล่า

ทีอย่างนี้ ไม่เห็นมีข่าวเลย
ประจวบกับประสบการณ์ที่เคยเห็นเบื้องหลังคนดีๆ ที่ยิ่งใหญ่ที่ได้พบในชีวิต ก็เคยเจอสื่อเขียนออกทะเล ออกพงหญ้า มั่วซั่วเยอะแยะ

คนทำดี ต้องเข้มแข็งเอาไว้จริงๆ ให้มากๆ เพราะคลื่นพลังลบ มันรุนแรงและโหมกระหน่ำหนักเหลือเกิน

สำนึกขอบคุณคนดีทั้งปวงในโลกนี้ ที่ต่อสู้ฟันฝ่า และยังคงทำดีโดยไม่ไหวหวั่น
บททดสอบที่เจอมันเยอะทั้งนั้น แต่เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำ ไม่ว่าจะยาก ไม่ว่าจะเห็นผลช้าแค่ไหนก็ตาม

‘Lies run sprints, but the truth runs marathons.”
คำโกหกไปไวเหมือนวิ่งระยะสั้น
ความจริงวิ่งไปเหมือนมาราธอน
(ไมเคิล แจ็คสัน)

คนที่เราช่วยเหลือเขา เขาอาจทำร้ายเราได้
เขาสามารถทรยศเราได้
เราไม่อาจรู้ได้เลย
ไมเคิล ช่วยเหลือหลายคน โดยเฉพาะเด็กคนที่ฟ้องร้องคนที่สอง
(เฮิร์ทจริงๆ) ช่วยให้หายจากมะเร็ง ได้ออกรายการด้วยกันด้วย ยืนยันว่าไมเคิลไม่ผิด
แต่ภายหลัง ด้วยผู้ปกครอง ด้วยอะไรสารพัด
คนเหล่านี้ กลับเห็นแก่ได้ แล้วทำร้ายทั้งชีวิตและจิตใจของไมเคิล

พระพุทธเจ้าก็ช่วยพระเทวทัต ทั้งที่ทำร้ายพระองค์ต่างๆ นานา
มันมีโอกาสจะเกิดขึ้นได้ เป็นเราที่ต้องทำใจเป็นกลาง ยกใจเหนือสิ่งที่เกิดขึ้นให้ได้
เราจึงจะพ้นจากบ่วงมาร
ส่วนการกระทำ กรรมใคร คนนั้นรับเอาเอง

8. ดนตรี เป็นภาษาสากล มีพลัง สร้างการเปลี่ยนแปลงได้

จะว่าไป ไมเคิล เหมือน King มากจริงๆ
ราชนิกูลทางดนตรี
เขาไปเยี่ยมเด็กๆ ทั่วโลก เห็นความอดอยากหิวโหย แล้วก็ลงมือช่วยเหลือ
โดยสิ่งที่เขาพร่ำบอก ผ่านบทเพลงอีกหนึ่งแรงบันดาลใจคือ

“I’m starting with the man in the mirror,
I’m asking him to change his ways;
And no message could have been any clearer,
If you wanna make the world a better place,
Take a look at yourself, and then make a change!”
― Michael Jackson

Keep the faith

If you call out loud , Will it get inside, Through the heart of your surrender, To your alibis
And you can say the words, Like you understand, But the power’s in believing, So give yourself
A chance
’cause you can Climb the highest mountain, Swim the deepest sea, hee, All you need is the will to want it
,And, little self-esteem
So keep the faith
Don’t let nobody turn you ’round, You gotta know when it’s good to go, To get your dreams up off the ground, Keep the faith, baby, yea
Because it’s just a matter of time, Before your confidence will win out, Believe in yourself no matter what it’s gon’ take
You can be a winner, But you got to keep the faith.
We are the world.

และไมเคิลก็เริ่มลงมือทำมูลนิธิช่วยเหลือเด็ก นอกจาก Heal the world ก็มี Heal the kid ที่สื่อสารให้พ่อแม่ใช้เวลากับลูก

และข้อความเหล่านั้น ก็จะไปอยู่ในใจแฟนๆ และผู้ฟังการสื่อสารของเขา ทั้งที่ Carnegie Hall และที่ Oxford

ไมเคิล เป็นคนมีอารมณ์ขันมิใช่น้อย

เกร็ดน่าตื่นเต้น
*ไมเคิล แจ็คสัน เขานำทีมสวดมนต์ ก่อนขึ้นเวที!!! วิธีสวดมนต์ก่อนขึ้นเวที เวิร์คจริง เราเคยใช้มาแล้ว และไมเคิลก็ใช้วิธีนี้เหมือนกัน!

* เขา Demand สิ่งที่ดีที่สุด จากทุกคน และลงรายละเอียดทุกอย่าง หน้าตา นักแสดงประกอบ เสื้อผ้า หน้า ผม

* ไมเคิล สนับสนุน ให้คนไปไกล และไปตามฝัน บอดี้การ์ดจะออกไปเปิดเฟรนไชส์สอนศิลปะการต่อสู้ ไมเคิล เชียร์ และบอกเลยว่า เขาทำได้

.
ขอสดุดีคุณงามความดีของไมเคิล แจ็คสัน
ทุกแรงกาย ใจ ความพยายามของคุณจะไม่สูญเปล่า
มันส่งต่อพลังผ่านเรื่องราวชีวิต การสื่อสาร และบทเพลงของคุณ ที่จะกึกก้องสะกดอยู่ในตัวผู้คนไปอีกนาน

.
เพลงไมเคิล ฟังเอาสนุก เต้นส์มันส์ สะใจ เพลิดเพลินใจก็ฟังได้
แยกชิ้นส่วน ฟังแต่ละไลน์ดนตรีได้ นักดนตรี โปรดิวเซอร์ก็จะช็อคว่า มีความปราณีตระดับขุมขนขนาดไหน

ใครสนใจ ดูคลิปนี้ได้

และถ้าลองถอดรหัส แปลความหมาย จะรู้ว่า มันซ่อนขุมทรัพย์ล้ำค่าไว้ หลายเพลงมากๆ

“HIStory” เพลงนี้ฟังสมัยก่อน ฟังไม่ค่อยจะทัน
แต่ฟังทันประโยคเดียว
แต่ก็ถือเป็นประโยคที่ขีดเส้นใต้ เอาไว้ท่องเตือนใจได้เลย
“Everyday create your history”
.

“Everyday create your history, every path you take you’re leaving your legacy.”

ทุกวันสร้างสรรค์ประวัติศาสตร์ของคุณ ทุกย่างก้าวคุณได้ทิ้งมรดกไว้ให้โลกนี้

— Michael Jackson

แต่ลองดูรายละเอียดเนื้อร้อง และเสียงที่เกี่ยวข้องในเพลงนี้เต็มๆ ได้ …. คือ อึ้ง

ทุกอณูคือขุมทรัพย์

 

ขอจบบันทึกความทรงจำ เกี่ยวกับใครคนนั้น ที่เคยรักเมื่อ 20 ปีก่อน จนกระทั่ง…ถึงตอนนี้

MJ, I love you.

Thank you for everything.  And your mission will be going on.

#pintooh

ถ้าชอบ ฝากกด LIKE/ SHARE

หรือกดติดตามที่เพจ เป็นกำลังใจได้ที่

https://www.facebook.com/pinpintooh

ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้นะคะ

ระลึกถึงคุณครู DDnard ที่ครูสอนเทคนิคเทพๆ ไว้ ตรงกับที่ไมเคิลใช้จริงทั้งนั้นเลย

 

ได้ข่าวว่า ในปีสองปีนี้ จะมีภาพยนตร์เกี่ยวกับชีวิตไมเคิล แจ็คสัน โดยผู้สร้างเดียวกับ Bohemien Rhapsody (เรื่องราววง Queen)

ก็ลุ้นว่าจะออกมาตรงไปตรงมา หรือจะมีบิดเบือนตรงไหนอีกไหม แต่เคยดูหนังเรื่อง Bohemien ให้แรงบันดาลใจมาก ก็ภาวนาว่าออกมาน่าจะดีมีประโยชน์

ลองติดตามกันดูค่ะ

 

 

………………………………………………………………………………………………

Interesting clips about Michael Jackson

 

Sweet story ประสบการณ์เกี่ยวกับไมเคิลโดย Zac Efron

เรื่องราวน่ารัก และฮา จาก Chris

MJ inspiration (Speech at Oxford)

Loving Neverland

เพลงหาฟังยาก ที่ร้องโดย Michael Jackson
Wish upon a star

Impressive MJ Pepsi Ads (I’ll be there)

Please follow and like us:
0

About pintooh

งานประจำ คือ เรียนรู้ และแบ่งปัน
> งานพิเศษ คือ ท้าทายตัวเอง
> งานอดิเรก ผูกพันกับดนตรี เกาหลี และแรงบันดาลใจทั้งปวงในโลกหล้า
::: Now I am practicing Storytelling + Vipassana + Life designing + Innovating :::

Check Also

18 ข้อคิด จาก เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์

  คุณธนินท …

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *