Home / Inspiring / แรงบันดาลใจ 10 ประการ จากความสำเร็จของเจ้าชายแห่งสเก็ตน้ำแข็ง Yuzuru Hanyu เจ้าของแชมป์โอลิมปิก 2 สมัยซ้อน

แรงบันดาลใจ 10 ประการ จากความสำเร็จของเจ้าชายแห่งสเก็ตน้ำแข็ง Yuzuru Hanyu เจ้าของแชมป์โอลิมปิก 2 สมัยซ้อน

POST WRITTEN BY #Pintooh
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หากใครมีเพื่อนเป็นคนญี่ปุ่น หรือติดตามเพจ ข้อมูลอะไรเกี่ยวกับญี่ปุ่น จะมีแต่รูปของผู้ชายคนนี้เต็มพรืดไปหมด
เหตุเกิดหลังการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวประจำปี 2018 ที่เมืองพย็องซัง เกาหลีใต้ เพิ่งจบลงไป เมื่อเกิดกระแสความฮอตปรอทแตกโหมกระหน่ำยิ่งกว่าคลื่นสึนามิของนักกีฬาหนุ่มหน้ามนคนนี้ขึ้น “อีกครั้ง” อารมณ์ประมาณ สมรักษ์ คำสิงห์ สมัยได้เหรียญทองโอลิมปิกครั้งแรก แต่ที่ว่า “อีกครั้ง” และ “ยิ่งกว่าสึนามิ” ก็เพราะกรณีนี้ เหมือนสมรักษ์ คำสิงห์ ชนะโอลิมปิกสองปีซ้อน ระดับความตื่นเต้นของคนในชาติจะขนาดไหน และตอนนี้ กระแสความฮอตขจรกระจายออกไปกว้างไกลกว่าในประเทศญี่ปุ่นเสียแล้ว
นักกีฬาคนที่ปิ่นพูดถึงจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก ยูสึรุ ฮานิว (Yuzuru Hanyu ) เจ้าของฉายา เจ้าชายแห่งวงการสเก็ตน้ำแข็ง สื่อต่างประเทศบ้างว่าเขาคือไมเคิล แจ็คสันแห่งวงการสเก็ตน้ำแข็ง

 

ได้เหรียญทองโอลิมปิก ว่ายากแล้ว แต่เป็นได้ถึง 2 สมัยซ้อนด้วยวัยเพียง 23 ปี…
เคยสงสัยไหมคะ จริงๆ กว่าคนๆ หนึ่งจะก้าวขึ้นมาเป็นนักกีฬาโอลิปิกเหรียญทอง ระดับแบบนี้ เขาต้องอดทนฝึกนานแค่ไหน
คงจะ “ฝึกหนักมากมาก” น่าดู
แต่การ “ฝึกหนักมากมาก” ในความเข้าใจของเรา อาจไม่ตรงก้ับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น
โดยเฉพาะเมื่อได้รู้จักกับ ผู้ชายคนนี้แล้ว ถึงได้เห็นภาพว่า กว่าจะมาถึงวันนี้ ระดับการ “ฝึกหนักมาก” ของเขาเหนือจินตนาการขนาดไหน
ไม่เพียงเท่านั้น ลำพัง “การฝึกหนัก” ไม่ใช่เป็นเพียงองค์ประกอบเดียว ที่ส่งให้เขาเป็นผู้ชนะที่ประสบความสำเร็จ และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนมากมายทั่วญี่ปุ่น และตอนนี้ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจของคนทั้งโลกไปแล้ว
ขอบคุณเฟซบุ๊คส์เพจ Japan Salary Man ที่แปลคลิปเลอค่านี้ขึ้นมา
ที่จริง ปิ่นไม่เคยรู้จักนักกีฬาที่น่าทึ่งคนนี้มาก่อน
วันดีคืนดี เมื่อประมาณสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ก.พ. 2018 ขณะที่ปิ่นค้นหาข้อมูลเพื่อใช้ทำงานจากวิดีโอในเฟซบุ๊คส์ ปรากฏเห็น คลิปนี้เป็นคลิปแนะนำถัดไป
ตามที่เห็นคำโปรยชื่อคลิป อดพูดกับตัวเองไม่ได้ว่า
‘ไหน เจ้าชายแห่งวงการฟิกเกอร์สเก็ต ขอคลิกดูหน้าสักหน่อยสิ’

"กว่าจะมาถึงวันนี้" ของฮานิว ยุซุรุ นักสเกตลีลาหนุ่มขวัญใจสาวๆ ญี่ปุ่น

ถ้าใครอยู่ญี่ปุ่นเปิดทีวีจะเจอแต่เรื่องราวของผู้ชายคนนี้"ฮานิว ยุซุรุ" นักสเกตลีลาชายขวัญใจสาวๆ เพราะล่าสุดเค้าพึ่งไปคว้าเหรียญทองโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2018 มานับเป็นการคว้าเหรียญทองโอลิมปิกซ้อนสมัยที่ 2 ในรอบ 66 ปีของประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นคนทั่วโลกบอกว่า เขาคือเทพแห่งวงการสเกตที่แท้จริงในยุคนี้แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ก็ล้มลุกคลุกคลานเหมือนที่คุณจะได้เห็นในคลิปนี้ครับBoom JapanSalarymanถ้าใครชอบใจฝากกดไลค์เพจ JapanSalaryman ด้วยนะครับ**********************เครดิตคลิป: qianhuiBaimuhttps://www.youtube.com/watch?v=3Cc0i8kVRM8

JapanSalarymanさんの投稿 2018年2月18日(日)

พอลองคลิกดูเท่านั้น…
สิ่งที่ได้พบเห็น จะจะ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ยักใช่ภาพงดงามของการแสดงสเก็ตน้ำแข็งเสียทีเดียว แต่ที่ติดตามาก คือ ภาพฮานิวกระโดดแต่ก็ ล้ม…ล้มแล้ว ล้มอีก ล้มเบา ล้มแรง ล้มครั้งแล้วครั้งเล่า ล้มระเนระนาด ชัดเจนถึงใจ ซึ้งกับความมานะพยายามของนักกีฬาที่เราเห็นว่าเขา “ทุ่มสุดตัว” ขนาดไหน สำหรับการเตรียมแสดงบนลานสเก็ตน้ำแข็งอันเย็นยะเยือก และกลายเป็นความตื่นเต้นและประทับใจ ที่ได้ร่วมสังเกตเห็นเขาค่อยๆ เปลี่ยนเป็น “ล้มน้อยลง” และ “ไม่ล้ม” ในที่สุด
กว่าจะมาถึงวันที่กระโดดได้ระดับ คนในวงการเรียก “เทพ” และได้เป็นแชมป์โอลิมปิก “สองสมัยซ้อน” (ในปี 2014 เขาเป็นนักกีฬาญี่ปุ่นเพียงคนเดียวที่ได้เหรียญทอง)

“ล้มเหลวหรือไม่ ขึ้นกับมุมมองของคน การล้มไม่ใช่สิ่งตรงข้ามกับความสำเร็จ แต่เป็นส่วนหนึ่งของมัน      ถ้าคุณไม่ล้ม คุณอาจไม่สังเกตอะไรอีกหลายอย่าง”

(Yuzuru Hanyu)

ได้แรงบันดาลใจจากผู้ชายคนนี้ เหนือจินตนาการกว่าที่คิดไว้มาก
และระดับการ “ซ้อมหนัก” ของเขา พอเห็นเข้าจะจะ แม้เพียงเสี้ยวหนึ่งของชีวิตการซ้อมแล้ว ก็ยังรู้สึกจุกไปด้วย
เพราะวิดิโอข้างต้นนั้น ทำให้ปิ่นลองค้นหาคลิปเกี่ยวกับ Yuzuru Hanyu ดูเพิ่มเติม
แล้วถ้าใครมาเห็นใบหน้าของปิ่นตอนได้ดูแต่ละคลิป คงรับรู้ถึงระดับความ “อึ้ง ทึ่ง ตะลึง” ของปิ่นได้ชัดเจน

 

ขอสรุปสิ่งที่ได้แรงบันดาลใจ 10 อย่างจากเขา ที่ทำให้เราเห็นหน้าตาของเคล็ดลับความสำเร็จที่มาจากเลือดเนื้อ หยาดเหงื่อ น้ำตาและหัวใจ ได้อย่างชัดเจน

1.“การล้ม เป็นเส้นทางสู่ความสำเร็จ”

นี่น่าจะเป็นหนึ่งในกีฬา ที่แสดงการ “ล้ม” ครั้งแล้วครั้งเล่า ในการแข่งขัน มากที่สุดกีฬาหนึ่งของโลก ทว่า เบื้องหลังที่น่าสนใจ ของ “การล้ม” มีความหมายเท่ากันกับ “การเรียนรู้” ของ Yuzuru  สองอย่างที่สังเกตเห็นในเส้นทางสู่ความสำเร็จของเขาคือ
(1) เขาจดบันทึกความก้าวหน้าและความล้มเหลวทุกวัน ว่ายกขายังไง ชูมือยังไง แล้วส่งผลต่อการกระโดดของเขาอย่างไร แบบไหนส่งผลให้ล้ม แบบไหนส่งผลให้ทำได้ นี่คือ การเรียนรู้จากความล้มเหลว ไม่ใช่ “ล้ม” อย่างไม่มีคุณค่า ไม่มีความหมาย ล้มแล้วต้องรู้ด้วย ว่าล้มได้ยังไง
“อย่าเคลื่อนไหวร่างกายส่วนบนและไหล่”
(2) มุมมองความคิด ที่ส่งเสริมความสำเร็จในระดับติดจรวด เขามีคติประจำใจ ที่แสดงให้เห็นว่าเขาคิด ไม่เหมือนใคร บางทีนักกีฬาบางคนอาจคิดว่า ช่วงเวลาที่ซ้อมให้ก้าวหน้าขึ้นในแต่ละเดือนไป ถือว่าดีแล้ว แต่ของเขา “ต้องดีขึ้นในทุกๆ วัน” ความถี่ต่างกันระดับนี้ ส่งผลให้คะแนนของเขา ทิ้งห่างคู่แข่งเบอร์ 2 หลายช่วงตัว ไม่เห็นฝุ่นเลยทีเดียว
(จากการแข่งขัน ในปี 2015–2016 Grand Prix Final, เขาทำลายสถิติช่วงห่างแห่งชัยชนะต่างจากอันดับ 2 ถึง  37.48 แต้ม)

2. “แข่งกับตัวเอง”

“ผมไม่อยากพูดว่าใครเป็นคู่แข่งของผม ผมคือคู่แข่งเพียงคนเดียวของตัวเอง”

“I don’t want to talk about who is my rival. I am my only rival.”

– Yuzuru Hanyu

นี่ไม่ใช่คำพูดสวยหรู ที่เอาไว้พูดให้ดูดี แต่เป็นสิ่งที่ Yuzuru แสดงให้เห็นว่า เขาคิดแบบนั้นจริงๆ หลักฐานก็คือ การทำลายสถิติ ครั้งแล้วครั้งเล่า นับถึงวันนี้ (มี.ค. 2561) เขาได้รับการบันทึกว่าทำลาย 12 สถิติโลก ซึ่ง ส่วนใหญ่เป็นสถิติสูงสุดที่ตัวเองเคยได้ทำไว้
ปัจจุบัน เขาเองก็ยังเป็นเจ้าของสถิติโลกคะแนนสูงสุดทั้งการแข่งขัน  short program (โปรแกรมการแข่งขันแบบสั้น ประมาณ 2:50 นาที ในอดีตเรียกว่า technical program) , free skating  (โปรแกรมการแข่งขันแบบยาว คือ 4:30 นาที) , แล้วก็คะแนนรวมสองโปรแกรม (ขยันทำลายสถิติเป็นที่ยิ่ง)
ไม่เพียงเท่านั้น น่าตื่นตะลึง ที่ได้รู้ว่า เขายังเป็นคนแรกของโลก ที่ทำลายกำแพงคะแนนทะลุ 100 , ทะลุ 200, ทะลุ 300 คะแนนอีกด้วย (o_O!!!)

3. “ส่งมอบคุณค่าเหนือความคาดหมาย”

เวลาทำข้อสอบ มีใครเคยทำเกินที่ข้อสอบถามไหมคะ สมมุติ ให้เขียนอธิบาย 5 ข้อ คุณเขียนไปเลย 9 ข้อ แล้วตอบถูกอย่างยอดเยี่ยมทั้งหมดอีกด้วย
ได้ดูคลิปวิดีโอ ที่มีนักพากย์ที่อธิบายจำนวนการกระโดดที่การแข่งขันกำหนดไว้ จึงเข้าใจกระจ่าง ว่าทำไมเขาได้คะแนนเยอะถึงเบอร์นั้น  นักพากย์บอกว่า ครั้งสุดท้าย เขากระโดดได้ยอดเยี่ยม (ภาพเขากระโดดดีงามไม่มีที่ติ) แต่แล้ว หลังจากนั้น เขาก็ยังโชว์ท่ากระโดดเลยเถิดแถมไปให้อีกหลายครั้ง ที่ล้วนแล้วแต่เลิศเลออลังการณ์ ฟังน้ำเสียงตกอกตกใจ จนของแถมอันสุดท้าย ถึงกับทำนักพากย์เงียบอึ้งทึ่งตะลึง ก็ทำให้เข้าใจได้ว่า นี่เป็นปรากฏการณ์ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้

สีสันที่น่าสนใจอีกประการ  ก็คือ อาการอ้าปาก ตกตะลึงของโค้ช บุคคลรอบข้าง หรือแม้กระทั่งตัวของ Yuzuru เอง เวลาที่ฟังการประกาศคะแนนของเขา 555  มีตั้งแต่ระดับ ช็อค ไปจนถึงร้องไห้ ซึ่งเจ้าตัวก็ยังงงว่าร้องไห้ได้ยังไง
นี่เอง คือ ปฏิกิริยาโดยรอบของคนที่ทำสิ่งที่ไม่น่าเชื่อว่าเป็นไปได้ ให้เป็นไปได้
(หน้ายูสึรุ ว่าสุดแล้ว ลองดูหน้าเจ๊นิดนึง)
ตะลึงไปทั้งใบหน้า ผู้หญิงฝรั่งคนนี้ จากในคลิป มีส่ายหัวไม่อยากเชื่อสายตา 555
เห็นเลยว่าความ “Impossible is nothing (ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้)” ที่แท้ทรูหน้าตาเป็นยังไง

การดูลีลาสุดคูล ของยูสึรุ แถมด้วยปฏิกิริยาของบุคคลรายล้อมบุคคลมหัศจรรย์อย่างเขา ทำให้การดูคลิปการแข่งขันของยูสึรุ ฮานิว มีเอกลักษณ์ และให้ความรู้สึกที่พิเศษแตกต่างจริงๆ ^^

4. สู้! มุ่งมั่น!

คนนี้น่าจะเป็นหนึ่งในหลายล้านคนที่มีใจ “สู้” และ “มุ่งมั่น” มากที่สุดระดับโลกสมกับรางวัลโอลิมปิก

 

ถ้าหากติดตามดูคลิปการแข่งขันในช่วงต้น จะเห็นว่าฮานิวก็ล้ม ไม่ใช่ในการซ้อมนะ แต่ใน “การแข่งขัน” หลายต่อหลายครั้ง ล้มชนิดชนกับกำแพงลานสเก็ต ไม่เป็นท่า
ตอนประกาศผลคะแนน เห็นท่าทางของเขาแล้ว ก็ตีความได้ว่า เขาคงจะซ้อมมาหนักมาก แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นอย่างที่คิด
คาดว่านั่น คงเป็นบทเรียน ที่ทำให้เขามีประโยคเด็ดว่า

“ความพยายามไม่จำเป็นต้องส่งผลเป็นการแสดงที่ดีขึ้นเสมอไป แต่ ผมไม่อยากให้พวกเราลังเลที่จะพยายามให้มากขึ้น เพียงแค่ลงมือพยายามให้มากขึ้นก็มีผลดีกับชีวิตคุณแล้ว การใส่ความพยายาม การฝึกให้หนัก ทำให้พวกเรา ในฐานะนักกีฬา เติบโตเป็นคนที่ดีขึ้นต่อสังคม

 

“Efforts do not always result in better performance. But, I don’t want any of you to hesitate on trying harder. The mere action of trying hard will benefit your lives. By putting in effort, trying hard in practices, we, as a person and as an athlete, grow to become a better person for the society.”

— Yuzuru Hanyu

อย่างไรก็ตาม เขาไม่เคยยอมแพ้ การแข่งขันปีถัดมา เขากลับมาใหม่ ไฉไลกว่าเดิมไปไกล และคว้าชัยชนะไปในที่สุด
ถ้าคุณเป็นฮานิว ตอนที่พ่ายแพ้ คุณจะคิดยังไง และคุณจะทำอย่างไรต่อไป
สำหรับฮานิวแล้ว คำที่เขาเฝ้าบอกตัวเอง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า (คาดว่าคงไม่แพ้จำนวนการล้มจากการซ้อมกระโดด) ตามกระดาษข้างล่าง เป็นบันทึกเป้าหมาย แบบ Affirmation self talk (การพูดสะกดใจให้พลังกับตัวเอง) ว่า “ฉันจะต้องชนะแน่นอน!”
และแน่นอนว่า มันได้ผล
อย่างไรก็ตาม เรื่องราวที่แรง และสะเทือนใจมากที่สุด คือ ตอนที่เขาได้รับอุบัติเหตุภายในลานสเก็ตเมื่อถูกเพื่อนนักกีฬาสเก็ตชนเลือดอาบ ในวันก่อนแข่งขันวันที่สอง ที่จีน
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ china cup yuzuru hanyu
ทราบมาว่า ที่บาดเจ็บขนาดนี้แล้วยังลงแข่งอีกนี่ เรียกว่าเข้าขั้น “เสี่ยงตาย”…เราในฐานะคนดู ที่ไม่รู้มาก่อน ก็แปลกใจว่า ทำไมชุดนี้มันดูแปลก มีผ้าโพกศรีษะ และมีแปะพลาสเตอร์ที่คาง…. ธีมอะไรประหลาดจริง… แล้วตลอดการแข่งขัน กระโดดแล้วล้มร่วงระเนระนาดที่สุดที่เคยเห็นมา ล้มหลายรอบ เห็นแล้วเจ็บแทน
แต่เพราะการแข่งขันวันแรกก่อนบาดเจ็บ เขาทำคะแนนได้ดีมาก ทำให้สุดท้าย เพราะอดทนเข้าแข่งจนจบ Yuzuru ได้อันดับ 2 ! ล้มเละขนาดนั้น ได้อันดับ 2 ถือว่า สุโก้ยมาก!
พลังนักสู้สะท้อนอยู่ในเคล็ดลับการซ้อม และแนวคิดที่ยูสึรุ ฮานิว เคยพูดเอาไว้ และปิ่นชอบมากๆ เลย ก็คือ!

“ถ้าคุณทำไม่ได้ จงซ้อมจนกว่าคุณจะทำได้

ถ้าคุณทำได้แล้ว จงซ้อมจนกว่าคุณจะทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ถ้าคุณทำได้สมบูรณ์แบบแล้ว จงซ้อมจนกว่าคุณจะทำได้สมบูรณ์แบบทุกครั้ง”

“If you cannot do it, practice until you can do it. If you can do it, then practice till you can do it perfectly. If you can do it perfectly, then practice until you can do it perfectly every time.”

ขอคารวะสามสิบจอก
เพราะฮานิวทำตามที่พูดมากๆ หลายคลิปที่ปิ่นได้ดู คือ กระโดดได้ดีงามสมบูรณ์แบบ ไม่มีข้อผิดพลาดใดใดเลย!!!
แม้จะมีเสียงพากย์ที่แตกตื่นตกใจ ที่ไม่อยากเชื่อว่าจะมีมนุษย์คนใดทำได้ หรือกระทั่งว่า การแสดงมหัศจรรย์ราวกับฮานิวมาจากดาวอื่น
แต่จากที่ติดตามดูมา ตั้งแต่คลิปการแข่งช่วงต้น จนถึงปัจจุบัน…ปิ่นสังเกต และรับรู้ได้ว่า เขาไม่ได้มี “พรสวรรค์” อะไรพิเศษ
เขาเป็นนักกีฬาคนหนึ่งที่ชอบเล่นสเก็ตมากๆ แต่ที่พิเศษไม่ธรรมดาคือ เขามีหัวใจนักสู้แสนสู้ ที่มุ่งมั่น ตั้งใจ ทุ่มเท มากกว่าใครในโลกหล้าเป็นพิเศษ …
และเพราะเขาผ่านช่วงวิกฤตนั้นมาด้วยใจสู้ได้ ทำให้ หลังจากนั้น ฟ้าหลังฝน เขาก็ได้เหรียญทองโอลิมปิกเหรียญแรกในที่สุด #ทึ่ง

5. “ความหลงใหล Passion”

เด็กชาย ยูสึรุ ฮานิว แสดงออกถึงความหลงใหลในการเล่นสเก็ตน้ำแข็งมาตั้งแต่เด็ก ในวันหยุด ที่ลานสเก็ตในจังหวัดใกล้จะปิด มีนักข่าวไปทำข่าว แล้วก็มีเด็กผู้ชายที่ไสสเก็ตไปมาไม่หยุดเป็นแบ็คกราวด์ ตอนนั้นใครจะไปคิดว่า เด็กชายคนนี้จะเป็นนักกีฬาคนสำคัญระดับตำนานของญี่ปุ่นไปแล้ว แต่นั่นล่ะ เขาคือคนที่ซ้อมเล่นสเก็ตน้ำแข็งอยู่แต่เพียงผู้เดียว ในวันที่ไม่มีใคร ในช่วงเวลาที่ไม่มีใคร ถ้าไม่ใช่เพราะรักมาก จนจะเป็นลมหายใจ แล้วจะเรียกว่าอะไร
ที่สำคัญ ความหลงใหลของเขานั้น ไม่เคยเจือจางลงไปเลย
เขาเรียนมหาวิทยาลัยวาเซดะ e-school program คอร์สออนไลน์ เขาก็เรียนวิชา human informatics and cognitive sciences ที่สามารถเอื้อต่อความเข้าใจเกี่ยวกับร่างกายและจิตใจ เพื่อนำความรู้ความเข้าใจนี้ไปใช้ในการเล่นสเก็ตน้ำแข็ง
และเขาพูดเสมอว่า เขามีความสุขทุกเมื่อที่ได้เล่นสเก็ต
คู่แข่งที่มีเทคนิควิธีการแข่งขันที่แพรวพราวต่างกัน ไม่เคยทำให้เขารู้สึกกลัวเลย เขากลับรู้สึกได้แรงบันดาลใจ และรู้สึกขอบคุณ
เพราะมันทำให้เขาได้สนุกกับการศึกษาเทคนิคการเล่นของคนเหล่านั้นเช่นกัน (ทัศนคติบวกมาก)
ขณะเดียวกัน เขาก็ทุ่มเทให้กับความหลงใหลอันนี้ ในระดับ “ให้ทั้งชีวิต” ได้
สังเกตจากการแข่งขันโอลิมปิกครั้งล่าสุด ที่เขายังคงมีอาการบาดเจ็บที่เคยอยู่ในระดับ “สาหัส” ที่หัวเข่านับแต่เดือน พ.ย. 2017 ยังไม่ฟื้นดี แต่เขาก็ยังลงแข่ง และเขาให้สัมภาษณ์ว่า การแข่งขันครั้งนี้เดิมพันด้วยชีวิต (จะระดับโลก มันต้องวัดใจกันในระดับนี้ใช่ไหมคะน้องฮานิว)

6. “ทำให้ดีที่สุด”

ประโยคนี้ ฟังดูเรียบง่าย ได้ยินบ่อยแล้ว
แต่ได้ยินและได้เห็นฮานิวลงมือทำตามที่พูดแบบสุดใจขาดดิ้นแล้ว ก็ปลุกจิตวิญญาณให้ปิ่นกลับมาทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้ดีที่สุดเหมือนกัน

“สถานการณ์ที่ท้าทาย เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการจุดแรงบันดาลใจให้ผม ไม่คิดว่ามันจะน่าเบื่อหรือครับ ถ้าผมกั๊กสิ่งที่ผมสามารถทำได้ ไม่ใส่ทุกสิ่งที่มี ลงไปในการเล่นสเก็ต”

“ในฐานะนักสเก็ต ผมพยายามแสดงให้ดีที่สุดในทุกสถานการณ์ นั่นคือสิ่งที่ผมเชื่อ”

— Yuzuru Hanyu

 

เขาบอกเลยว่าพยายามที่จะเล่นให้ดีที่สุดทุกการแสดง แม้ไม่ได้แข่งขัน
มีอยู่คลิปหนึ่งที่ได้ดู เรื่องราวประมาณว่า มีน้องแฟนคลับอยากให้เขาช่วยอวยพรให้น้อง “โชคดี” ในการทำอะไรสักอย่างหนึ่ง เขากลับบอกกับน้องว่า ขอจงบอกกับตัวเองว่า “ทำให้ดีที่สุด!” นั่นจึง เป็นคำอวยพรที่แท้จริง
 ผลลัพธ์ของการทำให้ดีที่สุด มันอาจไม่ได้สำเร็จทุกครั้ง
แต่ครั้งใดที่สำเร็จ ดูเหมือนจะเป็นความสะใจที่ล้ำค่ากว่าความรู้สึกใดใดในโลกหล้า ดูใบหน้าของฮานิวสิ
 
   

 

7. “โฟกัส”

นอกเหนือเวลาซ้อมสเก็ตแล้ว คุณคิดว่า ยูสึรุมักจะทำอะไรคะ…
ก็แล้วจะทำอะไรได้ นอกจากการครุ่นคิดคำนึงหมกมุ่นกับเรื่องราวของ สเก็ตน้ำแข็ง อยู่ดี
ว่างๆ ชอบดูวิดีโอที่เขากระโดด และซ้อมภาพในหัว
อยู่นอกลานสเก็ต ก็ซ้อมแห้งๆ ได้
เรียกว่า หายใจเข้าออกเป็นการเล่นสเก็ตน้ำแข็ง ถ้าไม่เล่น ก็คิดว่ากำลังเล่น หรือดูวิดีโอที่เขาเคยเล่น
คิด พูด ทำ วนเวียนอยู่แต่กับเรื่องที่เกี่ยวกับสเก็ตน้ำแข็ง
เพราะอย่างนั้น จึงไม่ต้องแปลกใจ ว่าทำไมเขาถึงได้เป็นมือวางอันดับ 1 ในเรื่องนี้
ดูฮานิวจะใช้ชีวิตเป็นตัวอย่างพิสูจน์ว่า ถ้าอยากทำอะไรให้สำเร็จ ให้เก่ง… ควรต้องทำอย่างไร

8. “ความกล้าหาญ”

“ทุกอย่างคงจบสิ้นถ้าหากคุณบาดเจ็บ แต่คุณก็ไม่อาจขยาด หรือใจร้อน หรือลดพลังลง เพราะกลัวจะบาดเจ็บได้”

“All will be over if you get injured. However, you cannot get scared or impatient or become passive in fear of getting injured.”

(Yuzuru Hanyu)

รู้สึกเบาใจลงเมื่อได้ยินคำสัมภาษณ์ว่า เขาเป็นคนที่ฟังเสียงของร่างกายตนเอง อย่างไรก็ตาม บางครั้ง ก็ยังพบว่า ยูสึรุยังลงแข่ง ยังซ้อม แม้จะบาดเจ็บ  และจากคำบอกเล่า ของเพื่อนนักสเก็ตที่เป็นสื่อมวลชน เล่าว่า หลายท่ากระโดด น่ากลัวและเสี่ยงมากๆ เหมือนจะพาไหลไปชนกำแพง แต่ดูยูสึรุ ไม่ได้สนใจกับเรื่องนี้เอาเสียเลย จะสังเกตว่า นักสเก็ตบางคนจะเซฟตัวเอง แต่ยูสึรุ ปล่อยตัวฟรีสไตล์เต็มที่บนลานสเก็ตน้ำแข็ง ราวกับทุกสิ่งอยู่ในการควบคุม ไม่กลัวที่จะชนกำแพง ชนอะไรทั้งสิ้น เรียกว่า ไม่กลัวเจ็บ กล้าเสี่ยง อย่างการแข่งขันโอลิมปิกล่าสุด 2018 ก็เอาชีวิตเป็นเดิมพัน

9. “ตั้งเป้าหมายใหญ่” 

ต้องขอบคุณเลือดนักสู้ของ Yuzuru Hanyu ที่ไม่หยุดอยู่แค่แชมป์เหรียญทองโอลิมปิกแค่ครั้งเดียว เพราะหากเป็นเช่นนั้น เราก็คงจะยังไม่ได้รู้จักเรื่องราวของเขาคนนี้ ไม่ได้ดูคลิปการแข่งขันระดับตำนานแบบนี้ เขาก็เป็นตำนานในญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ตอนนี้…เขากลายเป็นตำนานของโลกไปแล้ว
จากคำพูดของเขา ทำให้เรารับรู้ได้ว่า “คะแนน” กลายเป็นเป้าหมายเล็ก
กับกีฬาที่ไม่เคยมีคนเอเชียคนไหน เคยได้เหรียญโอลิมปิกมาก่อน เขากล้าตั้งเป้าหมายใหญ่ ที่ไม่เคยมีใครเคยทำได้ จึงทำให้เขากลายเป็น “ผู้นำ” ไปโดยปริยาย
Brian โค้ชคู่ใจ เผยว่า เขารู้สึกภูมิใจในตัว Yuzuru มาก แม้เขาจะเคยได้เหรียญทองโอลิมปิกมาแล้ว เขาก็ยังคงซ้อมหนักสม่ำเสมอ เขาไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่จุดนั้น และสิ่งนี้สะท้อนในสิ่งที่เขาคิดและพูดออกมา
สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าเหรียญรางวัลต่างหาก คือเป้าหมายที่แท้จริงของเขา

“มันไม่เกี่ยวกับคะแนนหรอกครับ ผมคิดว่าคะแนนเป็นโบนัสที่ผมสเก็ตได้ดี ผมไม่ได้ทำสิ่งที่ยากเพื่อจะได้คะแนนสูง แต่เพื่อจะพัฒนาตัวเองครับ”

“It’s not just about the scores, I consider the score as a bonus when I skate well. I am not doing difficult things in order to get a high score, but to grow myself.”

– Yuzuru Hanyu

 

“ผู้คนอาจคิดว่าคะแนนของผมสุดยอด แต่ผมรู้สึกมีแรงผลักดันมากกว่าถ้าผมได้ยินคนบอกว่า เขาชอบการแสดงของผม และอยากจะดูผมแสดงอีก เพื่อจะสร้างความประทับใจและให้คนดู ผมอยากฝึกให้มากขึ้นเพื่อให้แน่ใจว่า การกระโดดของผมดีได้อย่างสม่ำเสมอและภาพรวมของโปรแกรมสมบูรณ์แบบ ผมอยากส่งมอบการแสดงชนิดที่จะได้ยินผู้ชมพูดแบบนนั้นจากหัวใจครับ”

– Yuzuru Hanyu

แม้ปิ่นไม่ใช่คนญี่ปุ่น แต่ในฐานะคนเอเชียด้วยกัน ก็พลอยรู้สึกภูมิใจในตัวเขาตามไปด้วย

 

10. “ส่งออกพลังบวก” 

ดูเหมือนการจะมีพลังพิเศษ ใช้เท่าไรก็ยากจะหมด ความแข็งแกร่งทั้งกาย ทั้งใจ จะต้องหล่อเลี้ยงความรู้สึก “บวก” ไว้เสมอ เหมือนอย่าง Yuzuru ที่จะประกาศ “ขอบคุณ” คนดู ขอบคุณลานสเก็ต ขอบคุณร่างกายตัวเอง
จบการแข่งขันทุกครั้ง เขาจะให้เครดิตเพื่อนร่วมทีม ให้เครดิตโค้ช ให้เครดิตผู้ชม รับรู้ได้ถึงการส่งกระแสคลื่นการขอบคุณและรัก ปรารถนาดีออกไปให้กับผู้คนต่างๆ ไม่ไว้หน้า
หลายคลิป ที่ไม่ได้ตั้งใจถ่าย ก็ยังจะพบว่า เขาโค้งทักทายและขอบคุณผู้คน ตลอดจนทีมงานรอบสนาม ไม่ว่าคนเหล่านั้นจะทำงานตำแหน่งไหนก็ตาม (ซุปตาร์ตัวจริง)
จะไม่ประทับใจอย่างไรไหว กับภาพที่ยูสึรุ ที่เป็นนักกีฬา  แต่ว่าเขาก็ยังมาช่วยซ่อมน้ำแข็ง แบ่งงานจากทีมซ่อมน้ำแข็ง (ภาพจากกล้องที่แอบถ่ายโดยบังเอิญ ยอมใจในความน่ารัก
ขอแปะไว้อีกอัน นี้เป็นคลิปการแข่งขันอีกคลิป ที่ปิ่นชอบมาก เท่มาก และตอนจบ ยังมีฉากจริงที่ฝรั่งผู้หญิงดูคะแนนที่ประกาศออกมาแล้ว ตกใจไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง

ได้รับรู้เคล็ดลับ และเรื่องราวปลุกใจบันดาลแรงจากหยาดเหงื่อ เลือดเนื้อ และหัวใจที่น่าประทับใจของ Yuzuru Hanyu แล้ว ปิ่นมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมคะ
จากที่เคยวิ่งรอบสวนลุม 1 รอบ ก็กลายเป็นรอบครึ่ง และเพิ่มระยะทางขึ้นไปเรื่อยๆ
อาการหอบแฮ่กๆ หลังออกกำลังกายได้ที่ เคยรู้สึกว่า “เหนื่อยจัง” แต่เดี๋ยวนี้ รู้สึกว่า “เท่ดี (หอบเหมือน ยูสึรุเลย) “
บางครั้ง เราอาจจะเผลอกั๊กพลังเอาไว้ ทำแค่พอสบายๆ แต่ตอนนี้เริ่มคิดว่า จะทำยังไงให้มัน “สุด” เพราะนั่นจึงจะเป็นการ “เปิดศักยภาพออกไปเกินข้อจำกัด” ถ้าไม่ทำให้สุด ไหนเลยจะขยายขอบขีดความสามารถของเราออกไปได้ ระดับความพยายามที่เรามีต่อเป้าหมายที่เราต้องการ … ดูท่าจะเพิ่มเติมได้อีกเยอะ
และความรู้สึกที่มีต่อการ “ล้ม” เปลี่ยนไปมากทีเดียว

คุณผู้อ่านล่ะคะ คิดว่าจากนี้ไป จะทำอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมดีคะ?

 

ถ้าเห็นว่าบทความดี มีประโยชน์  LIKE / SHARE / COMMENT เป็นกำลังใจให้คนเขียน จะขอบคุณมากๆ ค่า
ขอบคุณที่แวะมาอ่านนะคะ

 

Written with love by :
#Pintooh
 Credit: Yuzuru Hanyu Quote : https://planethanyu.com/topic/109-yuzuru-hanyu-famous-quotes/

Credit photo: New York Times, The Japan Times, The New Yorker

 

บทความอื่น ที่เกี่ยวข้องกับ Yuzuru คลิก

ถอดรหัส Design Thinking จากเส้นทางสู่แชมป์ของ Yuzuru Hanyu

 

Please follow and like us:
0

About pintooh

งานประจำ คือ เรียนรู้ และแบ่งปัน
> งานพิเศษ คือ ท้าทายตัวเอง
> งานอดิเรก ผูกพันกับดนตรี เกาหลี และแรงบันดาลใจทั้งปวงในโลกหล้า
::: Now I am practicing Storytelling + Vipassana + Life designing + Innovating :::

Check Also

วิธีเคลื่อนคนด้วย “เรื่องราว” ของคุณ (How to move people with your story by Lisa Nichols)

ลิซ่า เป็นอีกหน …

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *